Joe H. Slate, Ph.D. นักจิตวิทยาผู้มีชื่อเสียง และเป็นปรมาจารย์ด้าน “พลังจิต”

Joe H. Slate, Ph.D. นักจิตวิทยาผู้มีชื่อเสียง และเป็นปรมาจารย์ด้าน “พลังจิต” ที่มีผลงานคนคว้าวิจัย เป็นจำนวนมากได้กล่าวถึ งอำนาจ จิตในยุคปัจจุบันว่า การค้นพบปรากฏการณ์ทางด้านอำนาจของพลังจิตอย่างท่วมท้น ไม่เพียงแต่จะเป็นการท้าทายความสามารถทางด้านสติปัญญาเท่านั้น แต่มันยังเป็นการเปิดรอยร้าวที่เมื่อมาถึงยุคปัจจุบัน รอยร้าวรั้นก็กลายเป็นช่องที่ถูกขยายให้กว้างใหญ่ไปแล้ว และเมื่อมาถึงวันนี้ เราต่างได้รู้แล้วว่า มิติแห่งอำนาจจิตในจิตสำนึกของเรานั้น เป็นปรากฏการณ์แห่งจักรวาลที่มีความสำคัญยิ่ง เราทุกคนล้วนแล้วแต่มีพลังจิตซึ่งเปี่ยมด้วยสมรรถนะ ในการที่จะก่อให้เกิดความเจริญเติบโต แลการค้นพบตัวเองด้วยกันทั้งสิ้น ในการแสวงหาสิ่งที่มีความสำคัญและความหมายนั้น เราจะต้องก้าวออกไปให้ไกลเกินกว่าประสบการณ์ทางด้านกายภาพแห่งโลกวัตถุ
b_mind_260_CA6A
ประสบการณ์ ด้านพลังจิต จะเป็นตัวทำลายปราการที่ขวางกั้นลง เพื่อเผยให้เห็นอาณาจักรใหม่อันน่าตื่นใจที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจอันหาขอบเขต มิได้ ในปัจจุบัน ขอบข่ายแห่งประสบการณ์ทางด้านพลังจิตถูกขยายให้กว้างขึ้น ครอบคลุมทั้งกาย จิต และวิญญาณ

ในท่ามกลางตัวอย่างที่นับไม่ ถ้วน เราย่อมจะได้พบการบำบัดรักษาด้วยอำนาจจิต การมีปฏิสัมพันธ์ในมิติแห่งการก่อกำเนิด การเดินทางของกายทิพย์ การสะกดจิตถอยหลังและการเป็นตัวสื่อ (Channeling)...

สาระ สำคัญอันมั่นคงในทัศนคติ เกี่ยวกับอำนาจพลังจิตก็คือ “พลังแห่งจิตสำนึก” ทั้งนี้ เพราะมันเป็นสิ่งที่กำเนิดมาจากความจริงแท้แห่งจิตวิญญาณมากกว่าที่จะเป็น จากสมองในระดับเมต้า (Meta)

จิตสำนึก ของมนุษย์มีความ สำคัญเหนือโลกแห่งวัตถุ มันเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำรงอยู่ของกาย จิต วิญญาณ มันสามารถชี้นำการทำงานของสมองในรูปแบบใหม่ มันสามารถประมวลความคิด ความรู้สึก และอารมณ์ของเราเข้าด้วยกัน เพื่อก่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจอันลึกซึ้ง ในรูปแบบใหม่

แม้แต่ระบบการทำงานอัตโนมัติ ทางชีววิทยา ก็ยังขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ปัจจุบันเป็นทีรู้กันทั่วไปแล้วว่า พลังจิตเชิงลบที่ไม่ได้รับการควบคุม เช่น ความเครียด ความอาฆาตมาดร้ายที่คุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทำร้ายร่างกายเรา ทำลายระบบการป้องกันภัย ทำให้ภูมิต้านทานโรคต่ำ ทั้งยังมีผลต่ออาการของโรคเรื้อรัง ก่อให้เกิดความเจ็บไข้ได้ป่วย หรืออาจถึงแก่ความตายได้ ออกจะเป็นที่น่าเสียดายที่เราลังเลใจกับการที่จะพลิกดูเหรียญอีกด้านหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือ พลังในการบำบัดรักษา และเพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าให้กับชีวิต

เพิ่งเมื่อไม่นานมานี้เอง ที่เราเริ่มจะคิดค้นวิธีการในอันที่จะเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง โดยมีพื้นฐานอยู่บนพลังด้านบวกของจิต รายละเอียดของวิธีการในระดับสูงที่จะสร้างความสมดุล และปรับระดับจิตกับกายให้สัมพันธ์กัน นำไปสู่การปลดปล่อยพลังแห่งการบำบัดรักษา และความเป็นผู้มีสุขภาพดี ในทำนองเดียวกัน ยุทธวิธีที่สร้างความสดชื่นให้กับร่างกาย ที่เป็นส่วนประสมระหว่างจิตกับปัจจัยสำคัญทางด้านสรีระ ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อชะลอวัย และในบางกรณี ยังสามารถลดอายุลงได้ด้วย เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ฉีกขาดเสียหาย และบำรุงอวัยวะทั่วไป ให้สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งทั้งหลายเหล่านี้ ล้วนมิใช่สิ่งที่เกินความสามารถของพลังจิตเลย

การมีพลังจิตส่วนตนของเราใน เบื้องต้น เป็นหน้าที่ของการเลือก และความตั้งใจอันแน่วแน่ของตัวเราเอง คือ แทนที่เราจะยอมตกอยู่ใต้การควบคุมของสภาพแวดล้อม สัญชาตญาณ หรือการวางโปรแกรมที่ไม่แจ้งชัด โดยธรรมชาติแล้ว เรามักต้องการสร้างอนาคตให้กับตนเองมากกว่า เพราะมันสามารถทำให้เราเลือกที่จะประสบความสำเร็จ แทนที่จะเป็นความล้มเหลว เลือกความเจริญเติบโตมากกว่าจะเป็นความเสื่อมโทรม เลือกที่จะมีความสุขมากกว่าความทุกข์ ดังนั้น ด้วยอำนาจของทางเลือก

เรา ย่อมสามารถชี้นำแนวทางให้กับตัวเอง และเดินไปตามแนวทางนั้น มุ่งสู่จุดหมายอันยิ่งใหญ่ในชีวิต เมื่อเราแตะ หรือสัมผัสพลังแห่งจิต ความเป็นไปได้ที่จะเกิดตามมานั้น ย่อมไร้ขอบเขตจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการค้นพบหนทางในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในรูปแบบ ต่างๆ ได้เรียนรู้ความสามารถทางด้านกายภาพต่างๆ ขจัดความกลัว ความกลัดกลุ้ม ขจัดนิสัยที่ไม่ต้องการต่างๆ สร้างความนับถือตนเอง เพิ่มแนวความคิดในการสร้างสรรค์ และช่วยให้มีความสามารถในการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและ ฯลฯซึ่งคุณสมบัติทั้งหลายที่กล่าวมานี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเพียงบางตัวอย่างของพลังจิต ที่มีขอบข่ายกว้างขวางมาก...

แม้ มันจะเป็นสิ่งที่อยู่นอก เหนือธรรมเนียมปฏิบัติ แต่การที่เราได้ค้นพบแนวทาง และเทคนิคในรูปแบบใหม่ของพลังจิต ทำให้มันได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในสายงานอาชีพมากมาย รวมไปถึงการใช้พลังจิตบำบัด งานด้านเภสัชศาสตร์ การพิจารณาคดี วงการอุตสาหกรรม และวงการศึกษา ซึ่งล้วนแล้วแต่ปรากฏผลอย่างน่าตื่นใจทั้งสิ้น การควบคุมความรู้สึกเจ็บปวด การช่วยบำบัดรักษาให้ผู้ป่วยหายเร็วขึ้น การขจัดนิสัยไม่ถึงประสงค์ การสร้างความรู้สึกนับถือตนเอง ขจัดความทุกข์ เพิ่มแรงบันดาลใจ กระตุ้นความคิดในทางสร้างสรรค์ สร้างสมรรถนะในการเป็นผู้นำ ขจัดความหวาดกลัว ควบคุมความเครียด ชะลอวัย และที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นก็คือ การเพิ่มพูนผลผลิต และยกระดับจิตสำนึกแห่งโลกซึ่งทั้งหลายที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงบางตัวอย่างที่เกิดขึ้นจากการนำความรู้ทางด้านพลังจิตมาใช้

จึงสามารถกล่าวได้ว่า มนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในสาขาอาชีพใด ล้วนได้รับประโยชน์จากแนวทางที่มีรากฐานจากพลังจิตทั้งสิ้น

ประโยชน์ ของการเรียนรู้และ ฝึกฝนในศาสตร์แห่ง “พลังจิต” และศาสตร์วิชา “การสะกดจิต” เพื่อการค้นคว้าเรื่องราวต่างๆ หรือสิ่งที่มีที่เป็นอยู่ในตัวเราเอง เรียกว่า “ตนค้นตน” เพื่อค้นหาต้นตอสาเหตุของสารพัดปัญาที่เกิดขึ้นในชีวิต ร่างกาย เพื่อการขจัดปัดเป่า แก้ไขออกไป และสร้างพัฒนาคุณค่า สิ่งดีๆที่เป็นเหมือนวัตถุดิบที่เรามีอยู่แล้ว เป็นเหมือนอัญมณีที่เรามีอยู่แล้ว แต่ยังมิได้รับการเจียระไนให้เกิดความงดงามเจิดจรัส ซึ่งเป็นที่น่าเสียดาย และเสียโอกาสที่ดีของชีวิต ซึ่งประเมินค่ามิได้

สถาบัน Ph.D. โดยดร.เบิร์ธ ได้เปิดอบรมหลักสูตร “มหัศจรรย์แห่งพลังจิต และการสะกดจิตเพื่อเจียระไนชีวิตให้เพิ่มค่า” โดยเปิดอบรม และให้คำปรึกษาทั้งกลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่ หรือรายบุคคล เนื้อหาวิชาใช้แนวทางของสถาบันสะกดจิตแห่งแคลิฟอร์เนีย USA และท่านจะสามารถดู “ออร่า” (Aura) ได้ด้วยตาเปล่า รวมทั้งได้รับการถ่ายภาพ “ออร่า” ของท่าน ฟรี ในทุกหลักสูตรที่สมัครเรียน