28ธ.ค./15

คริสตัลโบวล์

คริสตัลโบวล์ : The Experienced Crystal Singing Bowl

เรื่องราวของพลังเสียง และแรงสั่นสะเทือนแห่งความถี่ของคริสตัลโบวล์ (Bowl) เป็น ที่รู้และใช้ประโยชน์ในอดีตกาลนานนับพันปีมาแล้ว จากบันทึกของอียิปต์โบราณ ประมาณ 5500 ปีมาแล้ว อียิปต์ใช้แร่จากพื้นดินชนิดหนึ่ง คือ Faience ทำ Bowl ขึ้นมา (Quartz Faience Bowl) ใช้รักษาโรค ปัจจุบัน Bowl ชนิดนี้ ผลิตในอเมริกาชื่อ Egyptian Blue Crystal Singing Bowl ขายในราคาประมาณใบละ 25,000 บาทมี Bowl อีก ชนิดหนึ่ง ทำด้วยโลหะ ทองคำ เงิน ทองแดง นิกเกิล พลวง สังกะสี เหล็ก ซึ่งเป็นศาสตร์ของพระธิเบตโบราณ และใช้ประโยชน์ต่อมากระทั่งปัจจุบันนี้Bowl ที่ ทำจากคริสตัลและโลหะก่อให้เกิดเสียงและแรงสั่นสะเทือนอันมีผลต่ออวัยวะ เซลล์ และอณูภายในร่างกาย ตลอดจนมีผลต่อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ และสามารถกำหนดพลังแห่งเสียงนี้ได้ด้วยจิต

b_crystal_bowl

ประโยชน์ของคริสตัลโบวล์The Practice of The Experienced Crystal Bowl

ดีมากต่อผู้ประกอบการบำบัดด้วยวิธี Aromatherapy หรือการใช้น้ำมัน (Essential Oil) บีบนวด หรือใช้น้ำประจุพลังพลอย (Gem Elixir) ทา ถู นวด หรือน้ำพลังแม่เหล็ก (Magnetized Water) ตลอดจนการทำให้วัตถุของเหลวเหล่านี้มีพลังสูงส่ง เช่น ในขบวนการปฏิบัติ Elixirs ใช้พลังเสียงจาก Bowl เข้าร่วมด้วย (Charging and Storing Elixirs)

28ธ.ค./15

การสะกดจิต

การสะกดจิตและออร่ามนุษย์

Dr. Joe H. Slate. เป็น นักจิตวิทยาผู้มีชื่อเสียง มีผลงานวิจัยด้านพลังจิตที่โด่งดัง เป็นปรมาจารย์ที่มีผลงาน ได้รับการยอมรับอย่างสูง และได้รับรางวัลมากมาย ได้กล่าวถึงการสะกดจิตกับออร่าว่า “ จิตใต้ สำนึก (Subconscious) โดยตัวของมันเองนั้น ท้าทายความสามารถของเราให้พิสูจน์ไปให้ถึงดินแดนอันลี้ลับ ที่แฝงเร้นอยู่ภายใน และเปิดเผยคลังข้อมูลอันล้ำค่า และศักยภาพแห่งความเจริญเติบโตที่ซ่อนเร้นอยู่ ”

b_frame_psd_hypnotize
และท่านยังได้ให้ความหมายและประโยชน์ของการสะกดจิตว่า “การ สะกดจิต เป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างพลังงานที่มีประสิทธิภาพที่สุด ที่สามารถจะนำมาใช้ในการขุดค้นลงไปใน “จิตใต้สำนึก” และเปิดเผยความรู้ใหม่ แห่งความเจริญเติบโตอันมหาศาลออกมา มันสามารถเข้าไปกระตุ้นศักยภาพที่แฝงเร้น ขจัดอุปสรรคที่ขวางกั้นช่องทางแห่งความเจริญเติบโต และปลดปล่อยพลังอันมหาศาลเข้าสู่ชีวิตเรา ซึ่งผลที่เกิดตามมาก็คือ เป้าหมายต่างๆ ที่เราตั้งขึ้นไว้และไม่คิดว่าจะสำเร็จลุล่วงลงได้ ก็กลายเป็นความเป็นไปได้อย่างมีเหตุผลยิ่ง....”

"...การ เสริมสร้างพลังตนเอง การตั้งเป้าหมายเฉพาะ เช่น การควบคุมน้ำหนักตัว เลิกสูบบุหรี่ ลดความเครียด เพิ่มแนวความคิดในการสร้างสรรค์ ช่วยให้ความจำดีขึ้น และเพิ่มสติปัญญาความสามารถทางด้านการศึกษาเล่าเรียน* ฯลฯ ซึ่งเท่าที่เอ่ยมานี้เป็นเพียงจำนวนน้อยนิดเท่านั้น... การสะกดจิต สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่มีความซับซ้อนสูง เปิดเผยความรู้ ความเชี่ยวชาญอย่างเต็มที่ เช่นการสนองตอบต่อคำสั่ง ให้พูดภาษาใหม่ที่ไม่เคยพูดมาก่อน หรือแสดงความรู้ออกมาให้เห็น ทั้งนี้เพราะปรากฏการณ์อันน่าสนใจนี้ ซึ่งบางครั้งเราอาจเรียกว่า “ผลพวงของการสะกดจิต” มักจะเกิดขึ้นระหว่างการสะกดจิตถอยหลัง เข้าสู่อดีตชาติ (Past Life Regression) ซึ่งเท่ากับการเข้าไปปลุกความรู้ ความสามารถที่แฝงเร้น หรือความทรงจำเกี่ยวกับอดีตชาติ ที่บันทึกอยู่ในจิตใต้สำนึกให้ตื่นขึ้น...”

Dr. Joe H. Stale ได้กล่าวถึงการสะกดจิตที่สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ในอนาคตว่า..

“การ สะกดจิต สามารถนำมาใช้ในการเปิดเผยความสามารถทางด้านพลังจิต และกระตุ้นพัฒนาการทางจิตของเราได้ ศักยภาพทางด้นพลังจิตของเราส่วนใหญ่ มักจะฝังตัวอยู่ในจิตใต้สำนึก เนื่องจากมันอยู่ลึกเกินกว่าระดับสามัญสำนึก... ในระหว่างการสะกดจิต การแสดงออกทางพลังจิตมักจะปรากฏขึ้นด้วยตัวของมันเอง โดยตรง ในรูปแบบที่ปราศจากการปิดบัง อำพราง เช่น การล่วงรู้เหตุการณ์ในอนาคต การส่งกระแสจิต การมองเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (ตาทิพย์) การถอดกายทิพย์ และการสะกดจิตถอยหลัง... ในการนำการสะกดจิตเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการเสริมสร้างพลังส่วนตนนั้น การสะกดจิตตนเอง ดูจะเป็นกรรมวิธีที่น่าพอใจ ถ้าจะกล่าวกันตามความจริงแล้ว การสะกดจิตทุกรูปแบบ ล้วนแล้วแต่เป็นการสะกดจิตตนเองทั้งสิ้น ทั้งนี้เพราะถ้าปราศจากความสมัครใจ ที่จะสนองรับต่อการสะกดจิตแล้ว สภาวะเข้าสู่ภวังค์ย่อมไม่มีวันเกิดขึ้น... การสะกดจิตตนเอง มีความสำคัญต่อการศึกษาเรื่องออร่าในมนุษย์ด้วยเหตุผลหลายประการ เพราะนอกจากจะช่วยให้เราได้พบกับช่องทางใหม่ในการดูและสื่อสารกับออร่า การสะกดจิตตนเองยังสามารถกระตุ้นการทำหน้าที่ของจิตในรูปแบบต่างๆ รวมไปถึงความสามารถในการมองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า (ตาทิพย์) และพลังจิตเหนือธรรมชาติ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวข้อง เป็นพิเศษต่อการปรับเข้าไปในสภาวะจิตของเรา นอกจากนั้น มันยังสามารถดึงข้อมูลที่มีอยู่ ในจิตใต้สำนึกให้ปรากฏและประยุกต์เข้า เพื่อให้พลังงานแก่ออร่า และสร้างเสริมพลังชีวิตให้กับเรา...”

ดังนั้น การสะกดจิต จึงเป็นเทคนิคที่ช่วยให้เราได้รู้เห็น และสื่อสารกับออร่าของตัวเราเอง ซึ่งเป็นประโยชน์มหาศาลในการเข้าไปค้นพบออร่า ในส่วนที่บกพร่อง มีร่องรอยฉีกขาด รอยแยกช่องว่าง หรือไร้สี เราสามารถเข้าไปสร้างสมดุลให้เกิดขึ้น สร้างเสริมพลังให้กับออร่า สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับแสงสี รัศมีของออร่า ทำให้ออร่า ขยายรัศมีแผ่กว้างขึ้น มีแสงสว่างสุกสดใสยิ่งขึ้น ทำให้เป็นผู้มีพลังจิตที่สูงขึ้น สามารถพัฒนาสัมผัสพิเศษต่างๆ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น การย้อนจิตระลึกชาติ หรือการล่วงรู้เหตุการณ์ในอนาคต การโทรจิต การใช้พลังจิตบำบัดโรค การถอดกายทิพย์ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ ให้มีให้เกิดขึ้นกับตนเอง เหมือนดั่งได้ค้นพบอริยทรัพย์ภายในตนเอง ที่เราไม่เคยได้ค้นหาอย่างจริงจัง เพราะเราเรียนแต่วิชาการความรู้ที่ล้วนไกลตัวเราออกไปทุกทีๆ เรื่อง ของกายจิต วิญญาณ ที่เป็นสิ่งติดอยู่กับตัวเรา จึงมิได้ถูกค้นคว้าและค้นพบขุมทรัพย์อันยิ่งใหญ่ จึงมิได้ถูกนำขึ้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตเราดังคำกล่าวของท่านผู้รู้ ที่ว่า “หากนิ่งเฉย ก็จะสูญเสีย เมื่อแสวงหาก็จะพานพบ...อย่าพลาดโอกาสที่ดีของชีวิต!”

28ธ.ค./15

ยุคใหม่แห่งพลังจิต

Joe H. Slate, Ph.D. นักจิตวิทยาผู้มีชื่อเสียง และเป็นปรมาจารย์ด้าน “พลังจิต”

Joe H. Slate, Ph.D. นักจิตวิทยาผู้มีชื่อเสียง และเป็นปรมาจารย์ด้าน “พลังจิต” ที่มีผลงานคนคว้าวิจัย เป็นจำนวนมากได้กล่าวถึ งอำนาจ จิตในยุคปัจจุบันว่า การค้นพบปรากฏการณ์ทางด้านอำนาจของพลังจิตอย่างท่วมท้น ไม่เพียงแต่จะเป็นการท้าทายความสามารถทางด้านสติปัญญาเท่านั้น แต่มันยังเป็นการเปิดรอยร้าวที่เมื่อมาถึงยุคปัจจุบัน รอยร้าวรั้นก็กลายเป็นช่องที่ถูกขยายให้กว้างใหญ่ไปแล้ว และเมื่อมาถึงวันนี้ เราต่างได้รู้แล้วว่า มิติแห่งอำนาจจิตในจิตสำนึกของเรานั้น เป็นปรากฏการณ์แห่งจักรวาลที่มีความสำคัญยิ่ง เราทุกคนล้วนแล้วแต่มีพลังจิตซึ่งเปี่ยมด้วยสมรรถนะ ในการที่จะก่อให้เกิดความเจริญเติบโต แลการค้นพบตัวเองด้วยกันทั้งสิ้น ในการแสวงหาสิ่งที่มีความสำคัญและความหมายนั้น เราจะต้องก้าวออกไปให้ไกลเกินกว่าประสบการณ์ทางด้านกายภาพแห่งโลกวัตถุ
b_mind_260_CA6A
ประสบการณ์ ด้านพลังจิต จะเป็นตัวทำลายปราการที่ขวางกั้นลง เพื่อเผยให้เห็นอาณาจักรใหม่อันน่าตื่นใจที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจอันหาขอบเขต มิได้ ในปัจจุบัน ขอบข่ายแห่งประสบการณ์ทางด้านพลังจิตถูกขยายให้กว้างขึ้น ครอบคลุมทั้งกาย จิต และวิญญาณ

ในท่ามกลางตัวอย่างที่นับไม่ ถ้วน เราย่อมจะได้พบการบำบัดรักษาด้วยอำนาจจิต การมีปฏิสัมพันธ์ในมิติแห่งการก่อกำเนิด การเดินทางของกายทิพย์ การสะกดจิตถอยหลังและการเป็นตัวสื่อ (Channeling)...

สาระ สำคัญอันมั่นคงในทัศนคติ เกี่ยวกับอำนาจพลังจิตก็คือ “พลังแห่งจิตสำนึก” ทั้งนี้ เพราะมันเป็นสิ่งที่กำเนิดมาจากความจริงแท้แห่งจิตวิญญาณมากกว่าที่จะเป็น จากสมองในระดับเมต้า (Meta)

จิตสำนึก ของมนุษย์มีความ สำคัญเหนือโลกแห่งวัตถุ มันเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำรงอยู่ของกาย จิต วิญญาณ มันสามารถชี้นำการทำงานของสมองในรูปแบบใหม่ มันสามารถประมวลความคิด ความรู้สึก และอารมณ์ของเราเข้าด้วยกัน เพื่อก่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจอันลึกซึ้ง ในรูปแบบใหม่

แม้แต่ระบบการทำงานอัตโนมัติ ทางชีววิทยา ก็ยังขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ปัจจุบันเป็นทีรู้กันทั่วไปแล้วว่า พลังจิตเชิงลบที่ไม่ได้รับการควบคุม เช่น ความเครียด ความอาฆาตมาดร้ายที่คุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทำร้ายร่างกายเรา ทำลายระบบการป้องกันภัย ทำให้ภูมิต้านทานโรคต่ำ ทั้งยังมีผลต่ออาการของโรคเรื้อรัง ก่อให้เกิดความเจ็บไข้ได้ป่วย หรืออาจถึงแก่ความตายได้ ออกจะเป็นที่น่าเสียดายที่เราลังเลใจกับการที่จะพลิกดูเหรียญอีกด้านหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือ พลังในการบำบัดรักษา และเพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าให้กับชีวิต

เพิ่งเมื่อไม่นานมานี้เอง ที่เราเริ่มจะคิดค้นวิธีการในอันที่จะเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง โดยมีพื้นฐานอยู่บนพลังด้านบวกของจิต รายละเอียดของวิธีการในระดับสูงที่จะสร้างความสมดุล และปรับระดับจิตกับกายให้สัมพันธ์กัน นำไปสู่การปลดปล่อยพลังแห่งการบำบัดรักษา และความเป็นผู้มีสุขภาพดี ในทำนองเดียวกัน ยุทธวิธีที่สร้างความสดชื่นให้กับร่างกาย ที่เป็นส่วนประสมระหว่างจิตกับปัจจัยสำคัญทางด้านสรีระ ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อชะลอวัย และในบางกรณี ยังสามารถลดอายุลงได้ด้วย เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ฉีกขาดเสียหาย และบำรุงอวัยวะทั่วไป ให้สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งทั้งหลายเหล่านี้ ล้วนมิใช่สิ่งที่เกินความสามารถของพลังจิตเลย

การมีพลังจิตส่วนตนของเราใน เบื้องต้น เป็นหน้าที่ของการเลือก และความตั้งใจอันแน่วแน่ของตัวเราเอง คือ แทนที่เราจะยอมตกอยู่ใต้การควบคุมของสภาพแวดล้อม สัญชาตญาณ หรือการวางโปรแกรมที่ไม่แจ้งชัด โดยธรรมชาติแล้ว เรามักต้องการสร้างอนาคตให้กับตนเองมากกว่า เพราะมันสามารถทำให้เราเลือกที่จะประสบความสำเร็จ แทนที่จะเป็นความล้มเหลว เลือกความเจริญเติบโตมากกว่าจะเป็นความเสื่อมโทรม เลือกที่จะมีความสุขมากกว่าความทุกข์ ดังนั้น ด้วยอำนาจของทางเลือก

เรา ย่อมสามารถชี้นำแนวทางให้กับตัวเอง และเดินไปตามแนวทางนั้น มุ่งสู่จุดหมายอันยิ่งใหญ่ในชีวิต เมื่อเราแตะ หรือสัมผัสพลังแห่งจิต ความเป็นไปได้ที่จะเกิดตามมานั้น ย่อมไร้ขอบเขตจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการค้นพบหนทางในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในรูปแบบ ต่างๆ ได้เรียนรู้ความสามารถทางด้านกายภาพต่างๆ ขจัดความกลัว ความกลัดกลุ้ม ขจัดนิสัยที่ไม่ต้องการต่างๆ สร้างความนับถือตนเอง เพิ่มแนวความคิดในการสร้างสรรค์ และช่วยให้มีความสามารถในการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและ ฯลฯซึ่งคุณสมบัติทั้งหลายที่กล่าวมานี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเพียงบางตัวอย่างของพลังจิต ที่มีขอบข่ายกว้างขวางมาก...

แม้ มันจะเป็นสิ่งที่อยู่นอก เหนือธรรมเนียมปฏิบัติ แต่การที่เราได้ค้นพบแนวทาง และเทคนิคในรูปแบบใหม่ของพลังจิต ทำให้มันได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในสายงานอาชีพมากมาย รวมไปถึงการใช้พลังจิตบำบัด งานด้านเภสัชศาสตร์ การพิจารณาคดี วงการอุตสาหกรรม และวงการศึกษา ซึ่งล้วนแล้วแต่ปรากฏผลอย่างน่าตื่นใจทั้งสิ้น การควบคุมความรู้สึกเจ็บปวด การช่วยบำบัดรักษาให้ผู้ป่วยหายเร็วขึ้น การขจัดนิสัยไม่ถึงประสงค์ การสร้างความรู้สึกนับถือตนเอง ขจัดความทุกข์ เพิ่มแรงบันดาลใจ กระตุ้นความคิดในทางสร้างสรรค์ สร้างสมรรถนะในการเป็นผู้นำ ขจัดความหวาดกลัว ควบคุมความเครียด ชะลอวัย และที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นก็คือ การเพิ่มพูนผลผลิต และยกระดับจิตสำนึกแห่งโลกซึ่งทั้งหลายที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงบางตัวอย่างที่เกิดขึ้นจากการนำความรู้ทางด้านพลังจิตมาใช้

จึงสามารถกล่าวได้ว่า มนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในสาขาอาชีพใด ล้วนได้รับประโยชน์จากแนวทางที่มีรากฐานจากพลังจิตทั้งสิ้น

ประโยชน์ ของการเรียนรู้และ ฝึกฝนในศาสตร์แห่ง “พลังจิต” และศาสตร์วิชา “การสะกดจิต” เพื่อการค้นคว้าเรื่องราวต่างๆ หรือสิ่งที่มีที่เป็นอยู่ในตัวเราเอง เรียกว่า “ตนค้นตน” เพื่อค้นหาต้นตอสาเหตุของสารพัดปัญาที่เกิดขึ้นในชีวิต ร่างกาย เพื่อการขจัดปัดเป่า แก้ไขออกไป และสร้างพัฒนาคุณค่า สิ่งดีๆที่เป็นเหมือนวัตถุดิบที่เรามีอยู่แล้ว เป็นเหมือนอัญมณีที่เรามีอยู่แล้ว แต่ยังมิได้รับการเจียระไนให้เกิดความงดงามเจิดจรัส ซึ่งเป็นที่น่าเสียดาย และเสียโอกาสที่ดีของชีวิต ซึ่งประเมินค่ามิได้

สถาบัน Ph.D. โดยดร.เบิร์ธ ได้เปิดอบรมหลักสูตร “มหัศจรรย์แห่งพลังจิต และการสะกดจิตเพื่อเจียระไนชีวิตให้เพิ่มค่า” โดยเปิดอบรม และให้คำปรึกษาทั้งกลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่ หรือรายบุคคล เนื้อหาวิชาใช้แนวทางของสถาบันสะกดจิตแห่งแคลิฟอร์เนีย USA และท่านจะสามารถดู “ออร่า” (Aura) ได้ด้วยตาเปล่า รวมทั้งได้รับการถ่ายภาพ “ออร่า” ของท่าน ฟรี ในทุกหลักสูตรที่สมัครเรียน

 

28ธ.ค./15
จิต

จิต

จิต : เปลี่ยนความเหมือนให้แตกต่าง

b_mind_CAOU

อัฐิของพระอรหันต์ และสามัญชน (ปุถุชน)

ต่างก็เป็นธาตุดิน ชนิดเดียวกัน

แต่อัฐิของปุถุชน ทำไมจึงกลายเป็นพระธาตุไม่ได้ ...เพราะ

จิตของพระอรหันต์...เป็นจิตที่บริสุทธิ์

มีอำนาจซักฟอกธาตุขันธ์ให้เป็นธาตุที่บริสุทธิ์ไปตามส่วนของตน

อัฐิท่าน...จึงกลายเป็นพระธาตุด้วยกันทั้งสิ้น

รวมทั้งพระอนาคามี ที่สามารถเข้าจตุตถฌานได้

มีกำลังฌานแก่กล้า ก็สามารถฟอกธาตุได้

อัฐิของปุถุชนแม้เป็นธาตุดิน แต่จิตเต็มไปด้วยกิเลส

ไม่มีอำนาจซักฟอกธาตุขันธ์ให้เป็นของบริสุทธิ์ได้

พระอรหันต์ ต่างจากมนุษย์ที่จิตใจที่บริสุทธิ์นั้น

เพิ่มความประเสริฐและอัศจรรย์

จนไม่มีนิมิตเครื่องหมายใดๆมาเทียบได้เลย

เป็นจิตที่ชาวโลกทั้งหลายควรเคารพบูชา

ปาฎิหาริย์แห่งพลังอำนาจจิต

พิชิตทุกสรรพสิ่ง...

พลังจิต... แปรเปลี่ยนสิ่งธรรมดา...ให้เป็นสิ่งวิเศษ...

แปรเปลี่ยนชีวิตคนธรรมดา...ให้เป็นชีวิต...ที่ไม่ธรรมดา

ไม่เชื่อ! ก็...เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้!